5 ขั้นตอนสั่งผลิตกล่องเหล็กครั้งแรก ให้ได้งานเป๊ะ งบไม่บานปลาย
ในยุคที่การสร้างแบรนด์และบรรจุภัณฑ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อย่างกล่องเหล็ก หรือกระป๋องเหล็ก ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ขนม ของขวัญ หรือสินค้าพรีเมียม เพราะกล่องเหล็กไม่เพียงแต่จะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงและทนทาน แต่ยังสามารถออกแบบให้ดูหรูหราและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 5 ขั้นตอนสำคัญในการสั่งผลิตกล่องเหล็ก จะติดต่อผู้รับผลิตกล่องเหล็ก ผู้ผลิตกล่องเหล็กต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ไปดูกัน
เพราะอะไร กล่องเหล็ก ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบรรจุภัณฑ์
กล่องเหล็ก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ภาชนะใส่ของเท่านั้น แต่คือ “เกราะป้องกันที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์” ที่จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืนผ่านงานดีไซน์ที่มีคุณภาพ โดยตัวกล่องเหล็กก็จะทำหน้าที่ปกป้องสินค้าข้างในจากแรงกระแทก ความชื้น และแสงแดด และในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เราใส่จินตนาการลงไปในงานออกแบบได้ไม่รู้จบ ทั้งรูปทรงที่แปลกตาและสีสันที่คมชัด ซึ่งช่วยสร้างสัมผัสที่ดูพรีเมียม และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าดูดี และน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น นอกจากนี้ กล่องเหล็กยังเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทำให้กล่องเหล็กกลายเป็นของสะสมแทนที่จะถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของความยั่งยืน และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณไปได้อีกนานแสนนาน
รวม 5 จุดเด่นของกล่องเหล็ก
- เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงทนทาน รับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังช่วยป้องกันความชื้นและแสงแดด เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าข้างในได้อีกด้วย
- เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถออกแบบรูปทรง สีสัน และลวดลายได้ตามจินตนาการ ทำให้บรรจุภัณฑ์ดูโดดเด่นสะดุดตา และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
- เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม หรูหรา และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูแพง และน่าเชื่อถือมากขึ้น
- เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่ยาก ทำให้ช่วยลดขยะได้ และทำให้แบรนด์ของเราคงอยู่กับลูกค้าไปได้ยาวนาน
- เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาอาหารที่ต้องการความสดใหม่ หรือของสะสมที่มีคุณค่าได้อย่างยาวนาน
5 ขั้นตอนสั่งผลิตกล่องเหล็กครั้งแรก ให้ได้งานเป๊ะ งบไม่บานปลาย
- เริ่มต้นจากการกำหนดความต้องการที่ชัดเจน
ก่อนที่จะลงมือออกแบบ ต้องมาคุยกับผู้ผลิตกล่องเหล็กร่วมกันก่อนว่า เป้าหมายหลักในการรับผลิตกล่องเหล็กนี้คืออะไร ? เช่น นำมาใช้ใส่ขนม นำมาใช้เป็นกล่องของขวัญสุดพรีเมียม หรือเป็นบรรจุภัณฑ์หลักที่ต้องวางเด่นอยู่บนเชลฟ์ เพราะการรู้จุดประสงค์ที่ชัดเจน จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถกำหนดฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าของคุณได้แม่นยำที่สุด - ร่วมกันเฟ้นหาดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน
ขนาดและรูปร่างของกล่องเหล็ก คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าของเราดูโดดเด่น และสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทรงกลมคลาสสิก ทรงสี่เหลี่ยมเรียบหรู หรือรูปทรงพิเศษที่ออกแบบใหม่ตามจินตนาการ โดยจะต้องเลือกขนาดที่พอดีกับตัวสินค้า และรูปทรงที่ส่งเสริมให้แบรนด์ของเราดูโดดเด่น และใช้งานได้สะดวกในชีวิตจริง - ใส่จิตวิญญาณลงไปในงานดีไซน์
ขั้นตอนนี้ จะเป็นการลงรายละเอียดของงานดีไซน์ให้กับกล่องเหล็ก เช่น การวางโลโก้ การเลือกโทนสีที่สื่อถึงแบรนด์ ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้มีแบบที่อยากได้อยู่แล้ว ทางผู้ผลิตกล่องเหล็กมักจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่มีประสบการณ์คอยช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นงานกราฟิกที่สวยงาม และคมชัดบนกล่องเหล็กนี้ได้ - เลือกวัสดุที่ใช่สำหรับกล่องเหล็ก
เพราะความสวยงามจะต้องมาพร้อมกับคุณภาพ เราจึงต้องเลือกวัสดุในการผลิตกล่องเหล็กที่เหมาะสม เช่น เหล็กเคลือบดีบุก (Tinplate) ที่มีความมันวาว หรือเหล็กชุบสังกะสีเพื่อความทนทาน พร้อมเลือกวิธีในการเคลือบพื้นผิวในแบบที่ชอบ เช่น การเคลือบเงาให้ดูหรูหรา หรือเคลือบด้านให้ดูมินิมอล เป็นต้น - ตรวจสอบชิ้นงานตัวอย่างก่อนผลิตจริง
หากเลือกสั่งผลิตกล่องเหล็กกับผู้ผลิตกล่องเหล็กที่ได้มาตรฐาน ทางผู้ผลิตจะมีการทำตัวอย่าง (Prototype) ออกมาให้เราได้ลองสัมผัส และตรวจสอบความถูกต้องของตัวงานก่อนผลิตจริง ทั้งในเรื่องของสี ดีไซน์ และคุณภาพงานพิมพ์ เพื่อให้แน่ใจว่างานที่ออกมาจะ ‘เป๊ะ’ ตามความต้องการและพร้อมที่จะส่งมอบความประทับใจให้กับลูกค้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเริ่มต้นสั่งผลิตกล่องเหล็ก
1. ถ้าเพิ่งเริ่มทำแบรนด์ ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนมาคุยกับโรงงาน?
หลัก ๆ แล้วจะเป็นขนาดของกล่อง และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยจะต้องรู้ก่อนว่า จะใส่สินค้าอะไรลงไปในกล่อง หนักแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเลือกความหนาของแผ่นเหล็ก และประเภทของรอยตะเข็บ เพื่อให้กล่องออกมาดูแข็งแรง และสมส่วนที่สุด
2. จำนวนขั้นต่ำ (MOQ) ในการผลิตกล่องเหล็กทำไมถึงดูสูงกว่ากล่องกระดาษ?
เป็นเพราะว่างานเหล็กนั้นจะเป็นระบบ Offset Printing บนแผ่นโลหะ ซึ่งต้องใช้เวลาตั้งค่าเครื่องพิมพ์และขึ้นรูปนานกว่ากล่องกระดาษ ทำให้โดยปกติแล้ว ผู้ผลิตมักจะมีขั้นต่ำที่ 500 กล่องขึ้นไป เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงและช่วยให้ลูกค้านำไปทำกำไรต่อได้คุ้มค่าที่สุด
3. กล่องเหล็กสามารถใส่อาหารได้โดยตรงเลยไหม มีความปลอดภัยแค่ไหน?
สามารถใส่ได้ในกรณีที่เป็นกล่องเหล็กแบบ Food Grade ซึ่งกล่องเหล็กรูปแบบนี้จะมีการเคลือบ Food Grade Lacquer ไว้ด้านใน เพื่อป้องกันเนื้อเหล็กสัมผัสอาหารโดยตรง ซึ่งจะช่วยป้องกันสนิมและรักษาคุณภาพสินค้าให้อยู่ได้ยาวนาน
4. ถ้าอยากให้กล่องดูหรูหรา มีเทคนิคการพิมพ์แบบไหนที่แนะนำบ้าง?
ผู้ผลิตกล่องเหล็กมักจะแนะนำการพิมพ์แบบปั๊มนูนเฉพาะจุด ที่จะช่วยสร้างมิติให้กับตัวกล่อง และเลือกใช้สีพิเศษอย่าง Pantone หรือ Metallic เพื่อให้สินค้าของแบรนด์ดูพรีเมียม และโดดเด่นบนชั้นวางมากขึ้น
5. ระยะเวลาการผลิตตั้งแต่เริ่มจนได้รับของ ปกติใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการผลิตจะอยู่ที่ 30 – 45 วันหลังจากสรุปแบบเรียบร้อยแล้ว โดยมีขั้นตอนในการออกแบบตัวอย่างงานพิมพ์ประมาณ 7 – 10 วัน เพื่อดูความเพี้ยนของสีบนเหล็กจริง และจากนั้นเมื่อ Approve แล้ว ถึงจะเริ่มผลิตจริงและขึ้นรูปจนครบจำนวน
SIAM CANS ผู้นำด้านการผลิตกล่องเหล็กคุณภาพ
จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้กล่องเหล็กเป็นบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ในเชิงคุณภาพ และความใส่ใจในรายละเอียดออกไปสู่ลูกค้าได้อีกด้วย
และสำหรับใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจใหม่ที่กำลังมองหาผู้ผลิตกล่องเหล็กที่เชื่อถือได้ ที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ติดต่อมาหาเราได้เลยที่ SIAM CANS ผู้นำด้านการผลิตกล่องเหล็กคุณภาพมาตรฐาน ราคาไม่แพง ที่พร้อมจะดูแลคุณตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิตจริง เพื่อให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า บรรจุภัณฑ์ทุกกล่องที่ได้รับ จะกลายมาเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดสำหรับแบรนด์ของคุณ
