วัสดุทำกระป๋อง 5 ประเภทที่นิยมใช้ในตลาด และข้อดี–ข้อจำกัดของแต่ละแบบ

กระป๋องเหล็กและวัสดุทำกระป๋องประเภทต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในตลาด พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัด

กระป๋องที่เราเห็นกันทั่วไปนั้น ผลิตจากวัสดุหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในด้านของความแข็งแรง การป้องกันการรั่วซึม อายุการใช้งาน และต้นทุนการผลิต ในบทความนี้ เราจึงจะพาทุกคนมารู้จักกับวัสดุที่ใช้ในการผลิตกระป๋องเหล็ก 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมในตลาด พร้อมทั้งเจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของคุณ จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน

รวม 5 ประเภทวัสดุทำกระป๋องที่นิยมใช้ในตลาด และข้อดี – ข้อจำกัดของแต่ละแบบ

1. กระป๋องเหล็ก (Tinplate Can)

กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุก คือบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะมีจุดเด่นในเรื่องของความสามารถในการทนต่อแรงดันและอุณหภูมิที่สูงมากในกระบวนการฆ่าเชื้อ  ทำให้เราสามารถถนอมอาหารไว้ได้นาน 2 – 3 ปีโดยไม่ต้องพึ่งสารกันบูด กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุกจึงเหมาะกับอาหารที่ต้องการการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง เช่น ปลากระป๋อง แกงบรรจุเสร็จ ผลไม้ในน้ำเชื่อม นมข้นหวาน และอาหารสัตว์

ข้อดี

  1. มีความแข็งแรงทนทานสูง เรียงซ้อนกันได้สูงมากในโกดังโดยที่กระป๋องใบข้างล่างไม่บุบ
  2. แสงแดด และอากาศไม่สามารถซึมผ่านไปได้ ถนอมอาหารได้ดี
  3. เหล็กที่ใช้มักมีมาตรฐาน Food Grade และมีการเคลือบแลคเกอร์ด้านในเพื่อป้องกันปฏิกิริยากับอาหาร

ข้อจำกัด

  1. มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น ๆ
  2. อาจเกิดสนิมได้หากเก็บในที่ชื้น หรือสารเคลือบภายในมีรอยขีดข่วน

2. กระป๋องอะลูมิเนียม (Aluminum Can)

วัสดุอะลูมิเนียม คือวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงแต่ยังคงความแข็งแรงเอาไว้ได้เป็นอย่างดี สามารถนำความร้อนและความเย็นได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เป็นสนิม ทำให้เหมาะกับเครื่องดื่มอัดก๊าซทุกชนิด น้ำอัดลม เบียร์ โซดา กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) และเครื่องดื่มชูกำลัง 

ข้อดี

  1. มีน้ำหนักเบา ช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมหาศาล
  2. ตอบโจทย์สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มที่เน้นความสดชื่น
  3. มีภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียม สวยงาม

ข้อจำกัด

  1. ไม่สามารถทนต่อแรงกดต่ำได้ ถ้าไม่มีแรงดันก๊าซจากข้างใน เช่น น้ำอัดลมช่วยดันไว้ กระป๋องจะบุบได้ง่ายมาก
  2. มีราคาต้นทุนค่อนข้างผันผวน

3. กระป๋องพลาสติก (Plastic Can)

กระป๋องพลาสติก ได้เข้ามาตอบโจทย์แบรนด์ที่ต้องการโชว์ความสวยงามของตัวสินค้าข้างใน เช่น สีสันของคุกกี้ หรือความน่ากินของผลไม้อบแห้ง โดยยังคงรูปแบบฝาเปิดง่ายแบบกระป๋องเหล็กเอาไว้ จึงนิยมในการนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ของขนมขบเคี้ยว คุกกี้ ธัญพืช ผลไม้อบแห้ง น้ำพริกแห้ง และสินค้าแฟชั่น – เครื่องสำอางต่าง ๆ 

ข้อดี

  1. ลูกค้าจะได้เห็นสินค้าจริงก่อนซื้อ ช่วยเพิ่มโอกาสการตัดสินใจได้ทันที
  2. ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบ กับโลหะหรือแก้ว

ข้อจำกัด

  1. ไม่สามารถนำไปผ่านกระบวนการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อความร้อนสูงได้
  2. ป้องกันอากาศได้ไม่ดีเท่ากับกระป๋องโลหะ ทำให้อายุการเก็บรักษาสั้นกว่า

4. กระป๋องกระดาษ (Paper Can / Composite Can)

กระป๋องกระดาษ เรียกได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ “รักษ์โลกแบบมีสไตล์” ที่รวมเอาความอ่อนโยนของกระดาษ และความแข็งแรงของโครงสร้างทรงกระบอกเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนใหญ่จึงมักมีฝาเป็นโลหะหรือพลาสติก และมีชั้นฟอยล์ด้านในเพื่อกันความชื้น มักถูกนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใบชา ผงกาแฟ ขนมมันฝรั่งทอด นมผง และของพรีเมียมที่ต้องการงานดีไซน์สวย ๆ

ข้อดี

  1. น้ำหนักเบา
  2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly)
  3. สามารถดีไซน์ได้อย่างอิสระบนกระดาษ
  4. โครงสร้างกระดาษหนาช่วยปกป้องสินค้าภายในได้ดี

ข้อจำกัด

  1. ไม่สามารถป้องกันน้ำหรือความชื้นได้
  2. ปิดผนึกได้ยาก ทำให้การป้องกันอากาศเข้าจึงทำได้ยากกว่ากระป๋องโลหะ

5. กระป๋องแก้ว (Glass Jar)

หลายคนอาจจะเรียกว่าเป็นโหลดอง หรือขวดโหล แต่ในทางการตลาดแล้วสิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับกระป๋องเกรดพรีเมี่ยม โดยเลือกใช้วัสดุแก้วที่ดูพรีเมียม ไม่ดูดซับกลิ่นและไม่ปล่อยสารเคมีใด ๆ ลงในอาหาร จึงเหมาะสำหรับใช้บรรจุอาหารพรีเมียม แยมผลไม้ น้ำผึ้ง ซอสปรุงรสราคาสูง และอาหารเสริมต่าง ๆ 

ข้อดี

  1. รักษาคุณภาพและรสชาติดั้งเดิมได้ดีที่สุด เพราะแก้วไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับอะไรเลย
  2. ให้ภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา พรีเมี่ยม

ข้อจำกัด

  1. มีน้ำหนักมาก และแตกง่าย อาจมีปัญหาในขั้นตอนการขนส่ง
  2. ถ้าหากสินค้าไวต่อแสง เช่น น้ำมันบางชนิด ต้องใช้แก้วสีชาซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นไปอีก

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัสดุทำกระป๋อง

1. ทำไมการเลือกวัสดุต้องดูจากสภาพสินค้าข้างในเป็นอันดับแรก?

เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าหากสินค้าภายในเป็นของเหลวที่มีแรงดัน หรือสินค้าที่เป็นของแห้งไวต่อความชื้น ก็จะต้องการวัสดุที่มีคุณสมบัติการปกป้องที่แตกต่างกัน ซึ่งการเลือกวัสดุให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยลดโอกาสสินค้าเสียหายระหว่างสต็อกได้เป็นอย่างมาก

มีผลมาก เช่น ถ้าหากเลือกใช้กระป๋องที่มีน้ำหนักเบาอย่างกระป๋องอะลูมิเนียม หรือกระดาษ จะช่วยลดค่าขนส่งได้มาก แต่ก็อาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งได้ ดังนั้น ก็ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่าง “ค่าขนส่งที่ประหยัดได้” กับ “ความเสียหายของสินค้า” ว่าแบบไหนจะคุ้มทุนกว่ากันในระยะยาว

วัสดุกระป๋องเหล็กที่เป็นโลหะผิวเรียบ จะให้งานพิมพ์ที่ดูหรูและคมชัดที่สุด เพราะพื้นผิวที่เนียนสม่ำเสมอกัน จะช่วยให้สีเกาะตัวได้ดีและสะท้อนแสงได้สวยกว่าวัสดุผิวด้าน

ปัจจุบันเทรนด์ของความยั่งยืน และการรักษ์โลกกำลังเป็นที่น่าสนใจ ทำให้การมองหาวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้จะช่วยให้แบรนด์ดูทันสมัย และแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

“สัมผัส” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ดังนั้น การเลือกวัสดุที่ให้สัมผัสที่ดี และตรงใจกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะหยิบสินค้าของเรา

เพราะมาตรฐานความปลอดภัยที่เริ่มจากวัสดุ เลือกใช้บริการผลิตกระป๋องเหล็กจาก SIAM CANS รับรองไม่มีผิดหวัง

การเลือกวัสดุสำหรับผลิตกระป๋องเหล็กบรรจุภัณฑ์มีผลต่อทั้งคุณภาพสินค้า ต้นทุนการผลิต และภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างมาก เพราะทุกวัสดุล้วนมีจุดเด่นและข้อจำกัดของตัวเอง

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตกระป๋องเหล็ก และบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ หรือต้องการปรึกษาเพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์เฉพาะสำหรับแบรนด์ของตัวเอง ติดต่อมาหาเราได้เลยที่ SIAM CANS โรงงานผลิตกระป๋องที่ดูแลโดยทีมผู้ผลิตและนักออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจในทุกมิติ

ได้สินค้าที่มีคุณภาพ   ได้บริการที่ดี   ได้ราคาที่คุ้มค่า